โรคมะเร็งปอด

 

 

ในประเทศไทยมะเร็งปอดพบเป็นอันดับที่ 2 ในเพศชาย รองจากมะเร็งสำไส้ใหญ่ และพบได้เป็นอันดับที่ 4 ในเพศหญิงรองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตามลำดับ  โดยมีผู้ป่วย 2 ใน 3 ที่มักเป็นในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี

อาการของโรคมะเร็งปอด
อาการของโรคมะเร็งปอดอาจถูกเข้าใจผิดกับบางโรค เช่น การติดเชื้อ หรือเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานานๆ         โดยอาการแสดงที่พบส่วนมากมักจะเกิดขึ้นเมื่อโรคดำเนินไปถึงระยะลุกลามแล้ว  ซึ่งอาการที่พบบ่อยคือ

  1. ไอเรื้อรัง
  2. ไอพร้อมมีเลือดออกมา
  3. เจ็บหน้าอกและกระดูก
  4. หายใจได้สั้นๆ
  5. น้ำหนักลดโดยหาสาเหตุไม่ได้
  6. เหนื่อยง่าย อ่อนแรง
  7. เสียงแหบพร่า

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด

1. การสูบบุหรี่ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันบุหรี่: ประมาณร้อยละ 85-90 ของผู้ป่วยมะเร็งปอดเกิดจากปัจจัยนี้

2. อายุ  ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยมะเร็งปอดได้รับการวินิจฉัยเมื่อมีอายุตั้งแต่ 65 ขึ้นไป (โดยเฉลี่ยประมาณ 70 ปี)

3. การสัมผัสสารก่อมะเร็ง  ยกตัวอย่างเช่น การหายใจเอาแร่ใยหินหรือควันจากท่อไอเสียเข้าสู่ร่างกาย การหายใจหรือบริโภคสารเคมีบางชนิด (อาเซนิค ถ่านหิน) 

4. บุคคลที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งปอด

5. มลภาวะทางอากาศ  ประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยมะเร็งปอดเกิดจากปัจจัยนี้

 

การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer, SCLC)

  • การรักษาด้วยเคมีบำบัดเป็นการรักษาที่จำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เนื่องจากการแพร่กระจายของโรคไปยังอวัยวะอื่นๆรวดเร็วมาก
  • ในผู้ป่วยที่โรคยังไม่แพร่กระจาย การรักษาด้วยเคมีบำบัดควบคู่กับการฉายแสงจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว

การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (non-small cell lung cancer, NSCLC)

  • การรักษาจะขึ้นกับชนิดของเนื้อเยื่อมะเร็ง ระยะของโรค และระดับความแข็งแรงของผู้ป่วย
  • ในผู้ป่วยที่ระยะการดำเนินไปของโรคยังไม่มากและไม่มีการแพร่กระจายของโรค การรักษามักทำโดยการผ่าตัด การฉายแสงหรือเคมีบำบัด
  • ในผู้ป่วยที่มะเร็งปอดอยู่ในระยะลุกลาม มักจะได้รับการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนร่วมด้วย โดยผู้ป่วยที่มีการกลายพันธุ์ของยีนควรได้รับการรักษาด้วยการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง (targeted therapy) และผู้ป่วยที่ไม่พบการกลายพันธุ์ของยีนควรได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

การตรวจวินิจฉัยด้วยรังสี

  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT  Scan) และการตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์หาตำแหน่งและขนาดของก้อนเนื้อที่ผิดปกติในบริเวณปอดได้
  • การตรวจด้วยเครื่อง PET scan (positron emission tomography scan): เป็นการฉีดโมเลกุลของสารกัมมันตภาพรังสีที่รวมกับน้ำตาลเข้าทางเส้นเลือด เซลล์มะเร็งปอดจะดูดซึมเอาน้ำตาลชนิดนี้ไว้อย่างรวดเร็วและมากกว่าเซลล์ปกติ ทำให้เกิดความแตกต่างของการเรืองแสงเฉพาะเซลล์มะเร็ง

 

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 033-266150

โรงพยาบาลเฉพาะทางมะเร็ง วิภารามอมตะนคร

ตั้งอยู่ที่ 700/134 หมู่ที่ 1 ตำบลครองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 20000

Facebook: โรงพยาบาลเฉพาะทางมะเร็ง วิภารามอมตะนคร